แนวคิดนโยบายต่างประเทศของรัสเซีย 2023 (3)

รัสเซียหวังระบบโลกหลายแกนนำที่มีความเท่าเทียมมากขึ้น อันจะส่งเสริมความมั่นคงของตนแต่เท่ากับขัดขวางฝ่ายตรงข้าม

            ในส่วนนี้นำเสนอนโยบายต่างประเทศตามภูมิภาคที่น่าสนใจ ภายใต้แนวคิดนโยบายต่างประเทศของรัสเซีย 2023 (Russian Foreign Policy Concept 2023) มีสาระสำคัญพร้อมการวิเคราะห์ ดังนี้

ประเทศเครือรัฐเอกราช:

            ให้ความสำคัญต่อความมั่นคงเสถียรภาพ บูรณภาพแห่งดินแดนของกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (Commonwealth of Independent States: CIS - กลุ่มประเทศที่ก่อตั้งขึ้นหลังสหภาพโซเวียตล่มสลายสมาชิกส่วนใหญ่เป็นอดีตสาธารณรัฐของสหภาพโซเวียต ได้แก่ อาร์มีเนีย อาเซอร์ไบจาน เบลารุส คาซัคสถาน คีร์กิซสถาน มอลโดวา ทาจิกิสถาน อุซเบกิสถานและรัสเซีย)

            มักมีชายแดนติดหรือใกล้รัสเซีย พึ่งพาอาศัยกันและกัน มีภาษาวัฒนธรรมใกล้ชิด มีนโยบายดังนี้ 1) ป้องกันและแก้ไขความขัดแย้งทางทหาร พัฒนาความสัมพันธ์ ให้มั่นใจว่าประเทศเหล่านี้มีเสถียรภาพ ไม่เกิดการปฏิวัติสี (Colour Revolution - การล้มล้างระบอบแล้วตั้งรัฐบาลใหม่ที่ไม่เป็นมิตรต่อรัสเซีย) 2) ประกันความมั่นคงทางการเมืองและการทหารต่อรัสเซีย เสริมสร้างความมั่นคงตามภูมิภาคต่างๆ 3) ต่อต้านโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร (Military infrastructure) ที่มาติดตั้งในประเทศที่ไม่เป็นมิตรและคุกคามใกล้รัสเซีย 4) ส่งเสริมบูรณาการของ CIS กับ EAEU สร้างความร่วมมือกับแถบยูเรเชีย (Eurasia - ผืนแผ่นดินขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยทวีปยุโรปและเอเชีย) 5) ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับมิตรประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะกับสมาชิก EAEU และประเทศที่อยากมีส่วนร่วมตามแนวทางยูเรเชีย

            วิเคราะห์: รัฐบาลรัสเซียมักคิดว่าพวกตะวันตกพยายามแทรกแซงการเมืองภายในกลุ่ม CIS หวังได้รัฐบาลที่ต่อต้านรัสเซีย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือเล่นงานรัสเซีย ในอีกมุมตีความว่ารัฐบาลรัสเซียอ้างเหตุดังกล่าวจึงเฝ้าระวังกำกับไม่ให้ประเทศเหล่านี้กลายเป็นเครื่องมือตะวันตก

            รัสเซียอ้างว่าระบบปล่อยอาวุธที่สหรัฐติดตั้งในโปแลนด์กับโรมาเนียสามารถบรรจุจรวดร่อน Tomahawk ที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ซึ่งสหรัฐกับนาโตปฏิเสธเรื่อยมา ต่อมารัฐบาลเซเลนสกีแห่งยูเครนขอเข้าเป็นสมาชิกนาโต รัสเซียถือว่าเรื่องนี้เป็นเส้นต้องห้าม (red line) ที่ประกาศมานานหลายปีแล้ว เพราะหากยูเครนเป็นสมาชิกนาโตและติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ ยูเครนจะสามารถยิงใส่เมืองหลวงมอสโกภายใน 4-5 นาที ไม่ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรเป็นอีกเหตุผลที่รัฐบาลปูตินชี้ว่าไม่อาจปล่อยให้เป็นเช่นนั้น ประธานาธิบดีปูตินถึงกับกล่าวว่าสหรัฐ “ควรเข้าใจว่าไม่มีทางให้เราถอยอีกแล้ว” เป็นเหตุผลสำคัญข้อหนึ่งที่กองทัพรัสเซียบุกยูเครน เป็นตัวอย่างเหตุผลนโยบายต่อต้านโครงสร้างพื้นฐานทางทหารที่ใกล้รัสเซีย

            รวมความแล้วรัสเซียให้ความสำคัญกับประเทศที่มีพรมแดนติดกันหรืออยู่ใกล้กัน มองว่าเป็นความมั่นคงร่วมโดยยึดตัวเองเป็นแกนกลาง

แถบอาร์กติก:

            รัสเซียหวังรักษาสันติภาพกับเสถียรภาพในอาร์กติก (Arctic) หรือพื้นที่แถบขั้วโลกเหนือ ให้สิ่งแวดล้อมยั่งยืน ลดภัยคุกคามรัสเซียจากพื้นที่แถบนี้ สร้างเป็นเขตพื้นที่พัฒนา Arctic zone ของรัสเซีย ส่งเสริมการเดินเรือสู่นานาชาติ มีแนวทางดังนี้

            1) แก้ไขความขัดแย้งของย่านนี้ด้วยสันติวิธี ยึดอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS) 2) ต่อต้านปรปักษ์ที่หวังติดตั้งอาวุธในย่านนี้ ที่พยายามสร้างกฎเกณฑ์ควบคุมแต่ฝ่ายเดียว 3) ส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศนอกอาร์กติกที่เป็นมิตรต่อรัสเซีย พัฒนาโครงสร้างเส้นทาง Northern Sea Route

พื้นที่ยูเรเชีย:

            รัสเซียตั้งเป้าพัฒนาความสัมพันธ์กับมิตรประเทศในยูเรเชียหรือแผ่นดินทวีปยุโรปกับเอเชีย พื้นที่หลักที่รัสเซียให้ความสำคัญ เล็งถึงระเบียบโลกใหม่ และเป็นกุญแจจัดการปัญหาต่างๆ ในการเมืองโลก

            รัสเซียจะยกระดับความสัมพันธ์กับจีนและอินเดียรอบด้าน บนประโยชน์ร่วม 2 ฝ่าย ส่งเสริมการค้าการลงทุน ประสาน EAEU กับ BRI ของจีน ส่งเสริมเศรษฐกิจตามทางรถไฟสายหลักไบคาล-อามูร์ (BAM- เส้นขนานกับทางรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย) และเส้นทรานส์-ไซบีเรียเดิม


สหรัฐกับยุโรป:

            ประเทศในยุโรปส่วนใหญ่ดำเนินนโยบายก้าวร้าวต่อรัสเซีย หวังฉวยประโยชน์ทางเศรษฐกิจ บ่อนทำลายความมั่นคงทางการเมืองรัสเซีย กัดเซาะคุณค่าทางจิตวิญญาณ ศีลธรรมจรรยา กีดขวางความร่วมมือ รัสเซียจึงป้องกันโดยสร้างรูปแบบการอยู่ร่วมกันแบบใหม่

            ปัจจัยหลักมาจากการที่รัฐบาลสหรัฐกับพวกพยายามแบ่งแยกยุโรป เพื่อบั่นทอนทำลายรัสเซียกับชาติยุโรป จำกัดอธิปไตยของประเทศยุโรปเพื่อรักษาอิทธิพลสหรัฐ

            รัสเซียให้ความสำคัญกับบทบาทสหรัฐผู้เป็นศูนย์กลางแห่งหนึ่งของโลก ผนึกกำลังเป็นพวกตะวันตกที่ยึดนโยบายต่อต้านรัสเซีย ต้นตอความเสี่ยงภัยความมั่นคง สันติภาพระหว่างประเทศ การพัฒนามนุษยชาติอย่างสมดุล เท่าเทียมและก้าวหน้า

            รัสเซียหวังอยู่ร่วมกับสหรัฐโดยสันติ สร้างผลประโยชน์สมดุลร่วมกัน ในฐานะมหาอำนาจนิวเคลียร์ที่มีความรับผิดชอบต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ สัมพันธ์กับสหรัฐจะลึกซึ้งขึ้นหากสหรัฐเลิกนโยบายครอบงำด้วยอำนาจ และจะยึดแนวทางนี้กับประเทศอื่นที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐ

            วิเคราะห์: เรื่องนี้เป็นหลักฐานอีกชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่าแท้จริงแล้วสัมพันธ์รัฐบาลสหรัฐกับยุโรปแนบแน่นแม้มีเรื่องไม่ลงรอย ผลประโยชน์ไม่ลงตัว ในภาพรวมรัฐบาลหลายประเทศในยุโรปยึดแนวทางเป็นพันธมิตรสหรัฐ เพราะผลประโยชน์ร่วมนั้นมหาศาล การยอมให้สหรัฐบางครั้งเป็นเรื่องปกติ

            ยุทธศาสตร์นาโตขยายตัว (NATO Enlargement) สงครามยูเครนเป็นหลักฐานสำคัญชี้ว่า นาโตที่มีสหรัฐเป็นแกนนำยังคงสู้กับรัสเซีย เพียงแต่ว่าไม่ใช่รบกันทุกวัน การรบมีจังหวะพักจังหวะหยุด แต่การต่อสู้แข่งขันยังไม่หยุดแม้ผ่านมาหลายทศวรรษแล้ว

ภูมิภาคอื่นๆ:

            ร่วมมือกับอาเซียน สนับสนุนโครงสร้างความมั่นคงย่านนี้ที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ร่วมมือกับ APEC ต่อต้านการบ่อนทำลายอาเซียน

            เป็นมิตรกับอารยธรรมอิสลามที่เป็นตัวของตัวเอง เป็นส่วนหนึ่งของ "polycentric world" หรือโลกที่มีศูนย์กลางอำนาจและอิทธิพลหลายแห่ง ด้วยแนวทางดังนี้

            1) ร่วมมือกับอิหร่านเต็มที่ทุกด้าน ร่วมมือกับตุรเคีย หลายประเทศในตะวันออกกลางบนผลประโยชน์ร่วม ร่วมสร้างโครงสร้างความมั่นคงภูมิภาครอบด้านกับประเทศในย่านนี้ ส่งเสริมศาสนาความเชื่อที่แตกต่าง ร่วมกันปกป้องคุณค่าทางจิตวิญญาณ ศีลธรรม ต่อต้าน Islamophobia 2) ปรับความเข้าใจ ท่าทีที่แตกต่างเพื่อคืนสู่ความสัมพันธ์ตามปกติกับประเทศในย่านนี้ รวมทั้งองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) หาทางแก้ปัญหาปาเลสไตน์ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ 3) ร่วมมือทางเศรษฐกิจ นำสมาชิก OIC เป็นส่วนหนึ่งของ Greater Eurasian Partnership

            รัสเซียหวังเชื่อมสัมพันธ์กับประเทศในแอฟริกาบนความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมกันมากขึ้นภายใต้ระบบโลกแกนนำหลายขั้ว (polycentric) สนับสนุนอธิปไตย ความเป็นอิสระของประเทศต่างๆ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือด้านความมั่นคง อาหาร พลังงาน การทหาร ช่วยแก้ความขัดแย้งทางทหาร ทั้งต้นเหตุจากชาติพันธุ์ ภายใต้กรอบ "African problems – African solution" เพิ่มการค้าการลงทุน ฯลฯ

            ด้านภูมิภาคลาตินอเมริกากับแคริบเบียน รัสเซียจะส่งเสริมผลประโยชน์ของประเทศแถบนี้ที่อยู่ภายใต้แรงกดดันของสหรัฐกับพวก ช่วยรักษาอธิปไตยและความเป็นอิสระ

วิพาก์องค์รวมและสรุป:

            แนวคิดนโยบายต่างประเทศของรัสเซีย 2023 (Russian Foreign Policy Concept 2023) สะท้อนมุมมองรัฐบาลรัสเซียต่อสถานการณ์โลกปัจจุบัน บริบทที่ปรปักษ์พยายามบั่นทอนบ่อนทำลาย สงครามยูเครนเป็นตัวอย่างปัจจุบันที่ชัดเจน แม้ไม่สามารถล้มรัฐบาลรัสเซียแต่ทำให้อ่อนแอ สกัดการฟื้นตัว รัสเซียหวังอนาคตที่เป็นระบบโลกหลายขั้วหรือหลายแกนนำ ที่มีความเท่าเทียมมากขึ้นอันจะส่งเสริมความมั่นคงของตนแต่เท่ากับขัดขวางฝ่ายตรงข้าม

16 มีนาคม 2025
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 29 ฉบับที่ 10347 วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2568)

------------------

บรรณานุกรม :

1. Putin warns Poland an attack on Belarus would be an attack on Russia. (2023, July 22). Politico. Retrieved from https://www.politico.eu/article/vladimir-putin-warns-poland-attack-belarus-russia/

2. The Ministry of Foreign Affairs of the Russian Federation. (2023, March 31). The Concept of the Foreign Policy of the Russian Federation. Retrieved from https://www.iiss.org/online-analysis/online-analysis/2023/04/russia-new-foreign-policy-concept-the-impact-of-war/

-----------------