โครงการนิวเคลียร์อิหร่านกับสหรัฐ 2025 (2)

จุดยืนร่วมจีนรัสเซียและอิหร่าน 2025 บ่งบอกว่าจีนกับรัสเซียทนไม่ได้ที่รัฐบาลสหรัฐเล่นงานอิหร่านด้วยโครงการนิวเคลียร์อีกแล้ว

            ปัจจัยสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะฮามาส ฮิซบอลเลาะห์ เพื่อนบ้านอาหรับ รวมทั้งรัสเซีย จีนเกี่ยวข้องกับนโยบายสหรัฐต่ออิหร่านของทรัมป์ 2.0 และการตอบโต้

            ส่วนนี้นำเสนอสถานการณ์รอบข้างล่าสุดที่น่าสนใจ ดังนี้

ฮามาส ฮิซบอลเลาะห์:

            ตั้งแต่เริ่มสงครามฮามาส-อิสราเอลเมื่อตุลาคม 2023 ลามไปถึงการปะทะกับฮิซบอลเลาะห์จนนำสู่การหยุดยิงชั่วคราว แม้ฮามาสกับฮิซบอลเลาะห์ยังอยู่ ต้องยอมรับว่าฮามาสอ่อนแรงลงมาก กาซากลายเป็นซากปรักหักพัง ตอนนี้ทั้งฮามาสกับฮิซบอลเลาะห์มีข้อตกลงหยุดยิงกับอิสราเอล แต่ยังมีการปะทะเป็นระยะ ไม่มีท่าทีว่าจะคืนสู่ความสงบจริง จำนวนผู้เสียชีวิตทะลุ 50,000 รายแล้ว มีแววว่ารัฐบาลสหรัฐกับอิสราเอลจะบังคับให้ชาวปาเลสไตน์ในกาซาย้ายไปอยู่ที่อื่น ซึ่งจะเป็นประเด็นให้ขัดแย้งต่อไปอีกนาน

            วิเคราะห์: ดังที่ปรากฏว่ายังมีการปะทะกันอยู่และอาจมีเหตุฉีกข้อตกลง หากอิสราเอลกับสหรัฐทำสงครามโจมตีอิหร่าน เมื่อนั้นฮามาสกับฮิซบอลเลาะห์ที่เปรียบเสมือนแขนซ้ายขวาของอิหร่านอาจลุกขึ้นสู้อีกครั้ง แต่จะมีพลังแค่ไหนเป็นที่สงสัย

เพื่อนบ้านอาหรับ:

            การปฏิวัติอิหร่านทำให้รัฐบาลอาหรับมองอิหร่านด้วยสายตาไม่เป็นมิตร แต่นับจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเชื่อมความสัมพันธ์ซาอุดีอาระเบียกับอิหร่านเมื่อเมษายน 2023 สองฝ่ายฟื้นความสัมพันธ์กับตามลำดับ

            การฟื้นสัมพันธ์ซาอุฯ-อิหร่านเป็นการตัดสินใจที่ห้าวหาญ สมการดุลอำนาจตะวันออกกลางเปลี่ยนไป ซาอุฯ ถอยห่างจากสหรัฐไปจับมือกับอิหร่าน จีน และรัสเซียที่อยู่คนละขั้วกับสหรัฐ ดุลอำนาจหลายขั้วชัดขึ้น น่าชื่นชมจีนที่สามารถปรับความสัมพันธ์นี้

            อาจตีความว่าซาอุฯ เป็นแกนกลางขับเคลื่อนทิศทางภูมิภาคร่วมกับตัวแสดงสำคัญอย่างอิหร่าน แทนการปล่อยให้มหาอำนาจต่างแดนเข้ามากำกับควบคุม

            ถ้าซาอุฯ กับบรรดารัฐอาหรับไม่ทำสงคราม ไม่ช่วยฝายใดทำสงคราม ยากจะเกิดสงครามในภูมิภาคเช่น หากอิสราเอลหรือสหรัฐคิดทำสงครามจะเผชิญแรงกดดันจากซาอุฯ รวมถึงมหาอำนาจรัสเซีย-จีนที่จะเข้าช่วยรักษาเสถียรภาพด้วย หรือหากอิหร่านคิดทำสงครามจะต้องเผชิญกับทุกประเทศในภูมิภาคเช่นกัน ดุลอำนาจหลายขั้วใหม่นี้ลดความเสี่ยงสงคราม โดยเฉพาะคู่อิสราเอลกับอิหร่าน

            รวมความแล้วเพื่อนบ้านอาหรับไม่อยากเห็นสงครามใหญ่ ไม่อยากให้เกิดสงครามระหว่างอิสราเอลหรือสหรัฐกับอิหร่าน

รัสเซียกับจีน:

            รัฐบาลจีนมีบทบาททุกด้าน ที่โดดเด่นคือจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุดของซาอุฯ และซื้อน้ำมันมากที่สุดด้วย (2023) เฉพาะซาอุฯ ประเทศเดียวเป็นคู่ค้าจีนราว 110,000 ล้านดอลลาร์ (2022) จึงมีความสำคัญทางเศรษฐกิจสูงและน่าจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต รัฐบาลซาอุฯ ไม่คิดสูญเสียผลประโยชน์ส่วนนี้ที่ชาติตะวันตกทดแทนไม่ได้

            ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจคือส่วนที่เห็นเด่นชัดและโตไวสุด ตาม ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง” (BRI) ภูมิภาคตะวันออกกลางจะเป็นส่วนหนึ่งของ BRI ที่จีนกับหลายประเทศต่างได้ประโยชน์ โอกาสในอนาคตมีอีกมากนี่คือสิ่งที่รัฐบาลจีนคาดหวัง

            หากอยากให้ประเทศพัฒนา เศรษฐกิจเติบโต ประชาชนอยู่ดีมีสุขต้องรักษาให้ภูมิภาคสงบเรียบร้อย

            รัสเซียเป็นอีกประเทศที่พยายามสานสัมพันธ์กับชาติอาหรับ พูดคุยหารือทุกเรื่องที่ชาติอาหรับสนใจจนถึงสงครามยูเครน รัสเซียมีพรมแดนติดตะวันออกกลางบางส่วน เคยมีอิทธิพลในย่านนี้ ในช่วงสงครามเย็นยืนเคียงข้างอาหรับ ขายอาวุธมากมายแก่อาหรับใช้ต่อกรกับอิสราเอล ในเวลาต่อมาซาอุฯ กับพวกหันเข้าหาสหรัฐมากขึ้นหวังเป็นเครื่องประกันความมั่นคงทำให้ห่างจากรัสเซีย แต่ไม่กี่ปีมานี้สัมพันธ์กับรัสเซียดีขึ้น

            ทั้งจีนกับรัสเซียต่างเป็นมหาอำนาจที่อาหรับเปิดทางให้เข้ามามีบทบาทในภูมิภาค ถ่วงดุลระหว่างมหาอำนาจ รัฐบาลซาอุฯ ร่วมมือกับทุกฝ่าย แสวงหาจุดร่วมที่ได้ประโยชน์มากสุด

            ต้องจับตาบทบาทอาหรับเพราะเกี่ยวข้องกับพวกเขาโดยตรง รัฐบาลสหรัฐมีผลประโยชน์ร่วมกับอาหรับมหาศาล ไม่ง่ายที่อิสราเอลจะทำอะไรตามใจปรารถนา โดยเฉพาะยามนี้ที่จีนกับรัสเซียมีบทบาทมากขึ้น

จุดยืนร่วมจีนรัสเซียและอิหร่าน 2025:

            กลางเดือนมีนาคม 2025 เมื่อสถานการณ์ส่อทวีความตึงเครียด จีน รัสเซียและอิหร่านแถลงจุดยืนร่วมดังนี้ ต้องยุติการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ การเจรจาที่เคารพต่อกันอย่างแท้จริง พิจารณาต้นเหตุอันนำสู่สถานการณ์ในขณะนี้ ยกเลิกการข่มขู่ คุกคามด้วยกำลังทหาร (ทรัมป์ 2.0 ขู่ว่าความตึงเครียดอาจนำสู่สงคราม) ยึดมติคณะมนตรีความมั่นคง 2231 ป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

            ยึดมั่นสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) จีนกับรัสเซียชื่นชมที่โครงการนิวเคลียร์อิหร่านใช้ในทางสันติเท่านั้น ไม่คิดสร้างอาวุธนิวเคลียร์ ให้ความร่วมมือกับ IAEA ขอให้ทุกชาติอย่าขวางการทำงานของ IAEA ย้ำอิหร่านมีสิทธิใช้นิวเคลียร์เพื่อสันติ

            วิเคราะห์: จุดยืนร่วมจีนรัสเซียและอิหร่าน 2025 ให้ความเข้าใจและแสดงจุดยืนร่วม ดังนี้

            1. รัฐบาลสหรัฐละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่ออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านตามใจชอบ 2. สถานการณ์ที่น่ากังวลมาจากการที่รัฐบาลทรัมป์สมัยแรกถอนตัวจากข้อตกลง JCPOA เพียงฝ่ายเดียว 3. รัฐบาลสหรัฐควรยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอันเนื่องจากโครงการนิวเคลียร์ 4. อย่าข่มขู่อิหร่าน อย่าใช้กำลังทหารต่ออิหร่าน เพราะขัดกฎหมายระหว่างประเทศ 5. จีนกับรัสเซียขอรับรองอิหร่านไม่คิดสร้างอาวุธนิวเคลียร์ 6. อิหร่านให้ความร่วมมือกับ IAEA 7. อิหร่านมีสิทธิเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์เพื่อใช้ในทางสันติดังเช่นประเทศอื่นๆ เช่น มีความชอบธรรมที่จะวิจัย พัฒนานิวเคลียร์เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ ใช้ในทางการแพทย์ ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ

            รัฐบาลอิหร่านยืนยันเรื่อยมาว่าไม่เคยคิดจะมีอาวุธนิวเคลียร์ อยาตุลเลาะห์ คาเมเนอีกล่าวซ้ำหลายรอบว่า “พวกเราได้ฟัตวา (fatwa) ประกาศว่าศาสนาอิสลามห้ามครอบครองอาวุธนิวเคลียร์”

            ความจริงที่ปรากฏในรอบหลายสิบปี (ตั้งแต่อิหร่านเริ่มโครงการนิวเคลียร์) จนถึงปัจจุบันสวนทางกับท่าทีของรัฐบาลสหรัฐกับอิสราเอลที่พูดเรื่อยมาว่าอิหร่านแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างลับๆ จะมีอาวุธนิวเคลียร์ในไม่ช้า

            เป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่ ผู้พยายามอ้างตัวเป็นผู้นำฝ่ายโลกเสรีประชาธิปไตยกับอิสราเอลไม่ลดละเล่นงานโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน โดยใช้ข้อมูลเท็จ บอกให้นานาชาติยึดถือกฎหมายระหว่างประเทศแต่ตัวเองละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติอยู่เสมอ ทั้งยังข่มขู่จะใช้กำลังทหารกับอิหร่านด้วยข้ออ้างเท็จ ไม่แปลกที่จีน รัสเซียและอีกหลายประเทศกำลังร่วมกันสร้างระเบียบโลกใหม่ที่เท่าเทียมเป็นธรรมกว่าที่เป็นอยู่

            เพียงแค่ดำเนินตามข้อตกลงแก้ไขปัญหาโครงการนิวเคลียร์ฉบับสมบูรณ์ (Joint Comprehensive Plan of Action: JCPOA) ที่ลงนามเมื่อปี 2015 เท่านี้นานาชาติก็มั่นใจได้ว่าอิหร่านไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ แปลกแต่จริงที่รัฐบาลทรัมป์กับอิสราเอลไม่ยึดข้อตกลงนี้ นำสู่สถานการณ์สุ่มเสี่ยงทำสงคราม

            จุดยืนร่วมจีนรัสเซียและอิหร่าน 2025 บ่งบอกว่าจีนกับรัสเซียทนไม่ได้ที่รัฐบาลสหรัฐเล่นงานอิหร่านด้วยโครงการนิวเคลียร์อีกแล้ว แท้จริงแล้วประเด็นไม่อยู่ที่ตัวโครงการแต่อยู่ที่รัฐบาลสหรัฐกับอิสราเอลต้องการเล่นงานอิหร่านเท่านั้นเอง

30 มีนาคม 2025
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 29 ฉบับที่ 10361 วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568)

---------------

บรรณานุกรม :

1. First day of Arab-China conference sees signing of 30 deals worth $10 billion. (2023, June 11). Arab News. Retrieved from https://www.arabnews.com/node/2319731/business-economy

2. Full text: Joint Statement of the Beijing Meeting between China, Russia and Iran. (2025, March 14). Xinhua. Retrieved from https://english.news.cn/20250314/c584f63584a24127b26508d2598e5f8f/c.html

3. Geopolitical shifts help advance Russia-GCC ties. (2023, July 17). Arab News. Retrieved from https://www.arabnews.com/node/2339437

4. Iran policy against ‘arrogant’ U.S. won’t change. (2015, July 18). Al Arabiya. Retrieved from http://english.alarabiya.net/en/News/middle-east/2015/07/18/Khamenei-policy-against-arrogant-U-S-won-t-change-.html

5. Saudi Arabia, Iran formally restore ties, agree to travel visas for citizens. (2023, April 7). Arab News. Retrieved from https://www.arabnews.com/node/2282371/saudi-arabia

-----------------